บันยันกรุ๊ป เรสซิเดนซ์ สร้างสถิติ คว้า 16 รางวัลสูงสุดจากเวที International Property Awards 2026-27
ตอกย้ำตำแหน่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในไทยและเอเชียสามปีซ้อน พร้อมกวาดรางวัลจากเวที International Property Awards รวม 80 รางวัล และสร้างอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวที Real Estate Asia Awards

ภูเก็ต, ประเทศไทย - 17 มิถุนายน 2569 - Banyan Group ผู้บุกเบิกการพัฒนาโครงการรีสอร์ตแบบครบวงจรอย่างลากูน่า ภูเก็ต คว้า 16 รางวัลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากเวที International Property Awards Asia-Pacific 2026-27 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติและได้รับการยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก
ความสำเร็จดังกล่าวส่งให้Banyan Group Residences ขึ้นแท่นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในประเทศไทยและเอเชียเป็นปีที่สามติดต่อกันรวมถึงได้รับรางวัลจาก International Property Awards มากถึง 80 รางวัล และกลุ่มบริษัทยังได้รับรางวัล Best Marketing and Brand Initiative of the Year จากโครงการ Laguna Lakelands ในการประกาศรางวัล Real Estate Asia Awards ครั้งแรกอีกด้วย
K P Ho ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ Banyan Group กล่าวว่า “รางวัล International Property Awards เป็นเครื่องหมายรับรองความเป็นเลิศที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก การได้รับรางวัลในหลากหลายสาขา รวมถึงการคว้ารางวัลจาก Real Estate Asia Awards เป็นครั้งแรก ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการออกแบบที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าอีกด้วย”

รายชื่อรางวัลทั้งหมดจาก International Property Awards 2026-27
รางวัล International Property Awards ทั้ง 16 รางวัลที่ Banyan Group ได้รับ ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยระดับแนวหน้าของประเทศไทย ทั้งในโครงการลากูน่า ภูเก็ต และอื่น ๆ โดยมีโครงการที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลระดับ Best in Asia Pacific ดังนี้
Banyan Tree Beach Residences Oceanus –โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Residences at Garrya Phuket – การตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Angsana Golf Residences Topaz – โครงการคอนโดมิเนียมหรูยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Bellaguna Lake Residences – โครงการคอนโดมิเนียมติดทะเลสาบลยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Bellaguna Golf Residences – โครงการคอนโดมิเนียมยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Laguna Lakelands Waterfront Villas – โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Banyan Tree Lake Residences Yara –โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Yara Residences at Banyan Tree Phuket – โครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (10–19 ยูนิต) ในประเทศไทยd
Banyan Tree Beach Residences Oceanus – โครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (10–19 ยูนิต) ในประเทศไทย
Banyan Tree Beach Residences Nammu – โครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยมติดทะเลสาบ (10–19 ยูนิต) ในประเทศไทย
Residences at Garrya – โครงการที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยม (20 ยูนิตขึ้นไป) ในประเทศไทย
Bellaguna Lake Residences – โครงการที่อยู่อาศัยริมทะเลสาบยอดเยี่ยม (20 ยูนิตขึ้นไป) ในประเทศไทย
Residences at Garrya –โครงการมิกซ์ยูสยอดเยี่ยมในประเทศไทย
Bellaguna Golf Residences – บ้านตัวอย่างด้านการออกแบบตกแต่งภายในยอดเยี่ยมในประเทศไทย
www.banyangroupresidences.com – เว็บไซต์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยมในประเทศไทย
www.banyangroupresidences.com –ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเว็บไซต์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การคว้ารางวัล เบสต์ แบรนเด็ด เรสซิเดนซ์ อิน ไทยแลนด์ ของโครงการ บันยัน ทรี บีช เรสซิเดนซ์ โอเชียนัส นับเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นของโครงการที่อยู่อาศัยระดับสูงสุดและเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของกลุ่ม โดยโครงการประกอบด้วยที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรีริมชายหาดจำนวน 16 ยูนิต บนหาดบางเทา ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการลากูน่า ภูเก็ต มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 416–768 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและดาดฟ้าชมวิว ที่เปิดรับทัศนียภาพทะเลอันดามันแบบไร้สิ่งบดบัง
ไม่เพียงเท่านั้น โครงการ ลากูน่า เลคแลนด์ส โครงการที่อยู่อาศัยเชิงนิเวศมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ บันยัน กรุ๊ป บนพื้นที่เกือบ 700 ไร่ ที่ตั้งอยู่ติดกับโครงการลากูน่า ภูเก็ต ยังได้รับรางวัล เบสต์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ แบรนด์ อินนิชิเอทีฟ ออฟ เดอะ เยียร์ ของ เรียล เอสเตต เอเชีย อวอร์ดส์ ด้วย
นอกจากนี้ รายงานล่าสุดของ ซาวิลส์ ยังจัดอันดับให้ บันยัน กรุ๊ป เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ (แบรนเด็ด เรสซิเดนซ์) อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 5 ของโลก เมื่อพิจารณาจากมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด โดยกลุ่มบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วง 2–3 ปีข้างหน้